ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภาพรวมระบบเครือข่าย

 

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภาพรวมระบบเครือข่าย

 

รูปแบบการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย (Network Topology)

1. การเชื่อมต่อแบบ Bus เป็นการเชื่อมต่อแบบเส้นทางเดียว

มีลักษณะคล้ายท่อน้ำประปา ใช้สาย Coaxial เพียงเส้นเดียวเป็นแกนหลักในการเชื่อมต่อ ด้านหัวและท้ายจะมี Terminator เป็นตัวปิด ระบบแบบนี้มีข้อเสียตรงที่หากจุดใดจุดหนึ่งขาด ระบบโดยรวมจะทำงานไม่ได้ ระยะทางในการต่อจากสายเมนหลักไปยังเครื่องมีสองระบบคือ 200 เมตร (10Base2) และ 500 เมตร (10Base5) แต่ในปัจจุบันการเชื่อมต่อแบบ Busไม่นิยมใช้กันแล้ว เพราะความเร็วในการส่งข้อมูลจะอยู่ที่ 10 Mbps เท่านั้น

2. การเชื่อมต่อแบบ Star

การเชื่อมต่อจะมีอุปกรณ์ Hub/Switch เชื่อมต่ออยู่ตรงกลาง เครื่องคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อกันโดยใช้สาย UTP/STPซึ่งในปัจจุบันนี่ถือเป็นรูปแบบการเชื่อมต่อที่นิยมใช้กันมากที่สุด โดยการต่อสายระยะทางจากคอมพิวเตอร์ไปยัง Hub/Switch ยาวสุดจะอยู่ที่ประมาณ 100 เมตร(10BaseT/100BaseT) กรณียาวเกิน 100 เมตร ก็สามารถใช้ Hub หรือ Switch เพื่อเพิ่มระยะทางได้มาตรฐานระบบเครือข่าย LAN
มาตรฐานเครือข่าย LAN ที่นิยมใช้กันทั่วไปมี 3 แบบ คือ

–     Ethernet พัฒนาขึ้นโดยบริษัท Xerox เป็นมาตรฐานระบบเครือข่าย LANที่นิยมใช้กันมากที่สุดในปัจจุบันช่วงหลังได้รับการดูแลและกำหนดมาตรฐานโดยสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ IEEE (Institute of Electronics and Electronics Engineers) โดยที่มาตรฐาน Ethernet ที่นิยมในระบบเครือข่าย LAN จะใช้มาตรฐาน IEEE 802.3 เช่น Ethernet (10 Mbps), Fast Ethernet (100 Mbps), Gigabit Ethernet (1000 Mbps) โดยที่ Ethernet จะใช้เทคนิคการส่งข้อมูลแบบ CSMA/CD (Carrier Sense Multiple Access/Collision Detection) กล่าวคือถ้าเกิดส่งข้อมูลพร้อมกันและสัญญาณชนกัน จะต้องมีการส่งข้อมูลใหม่

 

–     Token-Ring พัฒนาขึ้นโดยบริษัท IBM จะใช้ Access Method แบบ Token Passing ในการเชื่อมต่อสามารถใช้ได้ทั้งสาย Coaxial, UTP, STP หรือสายเส้นใยแก้วนำแสง (Fiber optic)ระบบเครือข่ายแบบนี้มีความคงทนต่อความผิดพลาดสูง (Fault-tolerant)ความเร็วในการรับส่งข้อมูลจะอยู่ที่ 4-16 Mbps

3. FDDI (Fiber Distributed Data Interface)

เป็นมาตรฐานเครือข่ายความเร็วสูงที่กำหนดขึ้นโดย ANSIและหน่วยงานมาตรฐานสากล (OSI) ทำงานอยู่ในชั้น Physicalส่วนมากนำไปใช้เชื่อมต่อเป็น Backbone(เป็นสายสัญญาณหลักเชื่อมต่อระหว่างเครือข่าย LAN เข้าด้วยกัน) ใช้ Access Method แบบ Token-passing และใช้ Topology แบบวงแหวนคู่ (Dual Ring)ซึ่งช่วยทำให้ทนต่อข้อบกพร่อง (Fault tolerance) ของระบบเครือข่ายได้ดีขึ้นทำงานอยู่ที่ความเร็ว 100 Mbps

อินเตอร์เน็ตจำเป็นต่อชีวิตประจำวันของเราอย่างไร

อินเตอร์เน็ตจำเป็นต่อชีวิตประจำวันของเราอย่างไร

 

ต้องยอมรับกันนะคะว่าสมัยนี้อินเตอร์เน็ตนั้นมีส่วนสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวันหรือใช้ในการทำงานเป็นหลัก เพราะอินเตอร์เน็ตเป็นส่วนสำคัญในการส่งข้อมูลต่างๆไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสารด้านการทำงาน หรือแม้การใช้ชีวิตในประจำวันก็ต้องอาศัยอินเตอร์เน็ตด้วยกันทั้งนั้น

 

อินเตอร์เน็ตเกี่ยวข้องอะไรบ้างกับการใช้ชีวิตในปัจจุบัน

ลองคิดเล่นๆดูกันนะว่าเราใช้อินเตอร์เน็ตทำอะไรกันบ้างในแต่ละวัน และอินเตอร์เน็ตดีกับการใช้ชีวิตในปัจจุบันของเราอย่างไร

  • ใช้ในการส่งเอกสาร บางพื้นหรือบางสถานที่ในการทำงานมีการส่งเอกสารซึ่งเอกสารนั้นก็สามารถส่งได้โดยใช้อินเตอร์เน็ตเป็นส่วนในการส่ง อาทิเช่นส่งไฟล์ข้อมูลให้กับบุคคลอื่น เพื่อที่เขาอาจจะนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้เป็นเอกสารทำธุรกรรม การส่งไฟล์นี้สามารถไปปลิ้นได้แทนที่เราจะวิ่งเอาเอกสารไปส่งเหมือนเมื่อก่อน เพียงแค่นี้เอกสารก็ถึงมือผู้รับโดยไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องเสียเวลาและตังค์กันเลย
  • ใช้ในการโทรหาคนที่คุณรักหรือติดต่อประสานงานอื่นๆ แน่นอนคะว่าเราสามารถโทรหากันผ่านทางอินเตอร์เน็ตไม่ว่าจะเป็นแอ๊บอะไรก็ตามก็ย่อมใช้อินเตอร์เน็ตเป็นตัวเชื่อมต่อด้วยกันทั้งสิ้น เราสามารถมองหน้าคนที่คุณอยากเจอหรือคนรักของคุณได้โดยไม่ต้องขับรถไปหากัน เราสามารถคุยกันได้เวลาหาอะไรไม่เจอ หรือเราสามารถบอกเหตุการณ์ต่างๆกันได้ เรียกได้ว่าเป็นยุคที่ดีสำหรับคนอยู่ห่างไกลกันเลย เพราะเราสามารถคุยกันได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง และเสียค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็นแต่เราก็ยังสามารถเจอหน้าหรือพูดคุยกับคนที่เราต้องการเจอได้อีกด้วย
  • ใช้ในการสั่งซื้อสินค้า แน่นอนคะว่าสมัยนี้เราไม่จำเป็นจะต้องเดินทางไปซื้อสินค้าต่างๆอีกแล้ว เนื่องจากอินเตอร์เน็ตที่เรารู้จักเนี่ยแหละเขาพัฒนาให้สั่งสินค้าต่างๆได้แล้ว ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนก็ตาม สามารถกดสั่งซื้อสินค้าที่เราชื่นชอบหรืออยากได้ได้ในทันที โดยปลายทางจะส่งมาให้เราภายในระยะเวลาที่เขากำหนด อย่างเช่นสั่งอาหารภายใน 30 นาที เพียงแค่เราเลือกเมนูอาหารที่เราอยากทานเพียงรอแค่ 30 นาทีเท่านั้น ท่านก็รับอาหารที่หน้าประตูบ้านกันได้เลยแหละ

ยุคสมัยเปลี่ยนเราก็ต้องยอมรับให้ได้ว่าอะไรต่อมิอะไรก็ได้เปลี่ยนเปลี่ยนไปเช่นกัน หากเราจะอยู่กับปัจจุบันให้ได้ เราก็ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองไปตามยุคตามสมัย เราอาจจะเจอว่าคนในสมัยปัจจุบันนี้เล่นโทรศัพท์กับแทบจะทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน วัยกลางคน หรือแม้กระทั่งคนเฒ่าคนแก่ และยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาต่างเล่นโทรศัพท์ที่มีการใช้งานผ่านแอ๊บกับค่อนข้างมากอีกด้วย เพราะเนื่องจากยุคสมัยเปลี่ยนไปเราก็ต้องปรับเปลี่ยนตามยุคสมัยนั้นๆ เพื่อการดำเนินชีวิตที่ดีขึ้น